Skip to content

มาทำ​ความรู้​จัก​กับ​เกม​ไพ่ เสือ-​มังกร​ ที่มาแรงไม่ควร​พลาด!

มาทำ​ความรู้​จัก​กับ​เกม​ไพ่ เสือ-​มังกร​ ที่มาแรงไม่ควร​พลาด!

มาทำ​ความรู้​จัก​กับ​เกม​ไพ่ เสือ-​มังกร​ ที่มาแรงไม่ควร​พลาด! ​เสือ-มังกร เกมไพ่ใบเดียวที่ปรับใช้หรือประยุกต์มาจากการเดิมพันกับเกมไพ่หลากหลายรูปแบบ หลายคนที่ยังไม่รู้จักอาจมองว่าเกมไพ่เกมนี้มีความยากและซับซ้อน ซึ่งที่จริงแล้ว เสือ-มังกร หรือ Dragon-Tiger เป็นเกมไพ่ที่สามารถเล่นได้ง่ายดาย จากการใช้ไพ่ใบเดียวสำหรับการตัดสินแพ้ชนะ รูปแบบเกมไพ่นี้ มีประวัติที่มาที่ไปที่ไม่แน่ชัดนักว่าเกิดมาจากเกมรูปแบบใด หลายแหล่งคาดการณ์ว่าเกิดขึ้นในโซนเอเชียที่มีการพัฒนาลักษณะของไพ่แบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งเขมรที่เป็นต้นตำรับของคาสิโน และยังรวมไปถึงในจีนแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ไว้ว่า มีการพัฒนาเกมไพ่ให้มีรูปแบบของความรวดเร็ว ด้วยการตัดสินใจกับไพ่แค่เพียงใบเดียว แล้วก็ยึดผลแพ้ชนะที่แต้ม 13 แต้ม ถึงแม้ค่อนข้างจะแตกต่างกับเกมไพ่ในรูปแบบอื่นๆ แต่ว่าก็จัดว่ามีเค้าโครงมาจากแบบอย่างไพ่ที่ค่อนจะใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นเกมไพ่บาคาร่า หรือไพ่ป๊อกเด้ง ที่อ้างอิงมาจากผลของค่าสูงสุดของหน้าไพ่ซึ่งก็คือตัว K (13) ที่นำมาเป็นตัวระบุค่าของการได้ไพ่ตองสูงสุด แต่ไม่ว่า เสือ-มังกร จะมีที่มาที่ไปเช่นไร ด้วยเอกลักษณ์ที่ตายตัวของเกมไพ่เกมนี้ ก็เลยได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆ กระทั่งนำไปเป็นเกมพนันกันในคาสิโนต่างๆรวมทั้งถูกเอามาเล่นในคาสิโนออนไลน์ โดยมีการเพิ่มตัวเลือกให้เดิมพันที่มากขึ้นนั่นเอง

การนับ​แต้ม​ของ​ไพ่​ เสือ​-มังกร

รูปแบบของไพ่ชนิดนี้จะมีความตายตัวของหน้าไพ่ ซึ่งจะอ่านค่าตามแต้มโดยยึดถือ ฝแต้มที่ใหญ่สุดเท่ากับ 13 แต้มซึ่งก็คือ K (13) และไล่เรียงกันไปเป็น Q (12) , J (11) , 10 , 9 , 8 , 7, 6 , 5 , 4 , 3 , 2 จนถึงแต้มต่ำสุดซึ่งก็คือ A มีค่าเท่ากับ 1 แต้ม​ 

วิธีการเล่นไพ่ เสือ​-มังกร​

เกมไพ่ชนิดนี้เป็นเกมไพ่ที่ถือว่าเล่นได้ง่ายมากที่สุดรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากเป็นการวัดผลกันด้วยไพ่แค่เพียง 1 ใบ ถือว่ามีส่วนทำให้ชนะการเดิมพันได้ง่ายๆ ดังต่อไปนี้

  1. เลือกเดิมพันระหว่าง เสือ มังกร หรือ เสมอ (บางคาสิโนอาจมีตัวเลือกมากกว่านี้)
  2. เจ้ามือจะแจกไพ่ให้มังกร หรือสีแดง 1 ใบ และตามด้วยแจกไพ่ฝั่งเสือหรือสีน้ำเงินอีก 1 ใบ
  3. เมื่อเปิดไพ่มานั้นจะนับแต้มจากไพ่ที่เปิดขึ้นมาเพียงใบเดียว ฝั่งไหนมีคะแนนมากกว่า ถือว่าเป็นฝ่ายที่ชนะและได้รับเงินเดิมพันไป
  4. จบเกม

อัตรา​การ​จ่าย​เงิน​รางวัล​ของไพ่ เสือ​-มังกร

รูปแบบการจ่ายเงินรางวัลของไพ่ เสือ​-มังกร​ จะเป็นรูปแบบ​ดังต่อไปนี้

  • เสือ มีอัตรา​การ​จ่าย​ 1 : 1
  • มังกร​ มีอัตรา​การ​จ่าย​ 1 : 1 
  • เสมอ มีอัตรา​การ​จ่าย​ 1 : 8 
  • คู่/คี่ มีอัตรา​การ​จ่าย​ 1 : 1
  • ดำ/แดง มีอัตรา​การ​จ่าย​ 1 :1

เทคนิค​การ​เอาชนะ​ไพ่ เสือ​-มังกร​ ที่ท่านต้องทำความเข้าใจ​ให้ดีเสียก่อน

ในส่วนนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิค หรือสูตรวิธีเล่นไพ่ เสือ-มังกร ออนไลน์และมีโอกาสชนะมากกว่าการแทงแบบเดาสุ่ม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนักพนันมือใหม่ หรือมืออาชีพ​ก็สามารถนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้ในการเล่นไพ่ เสือ-มังกร กันได้

  1. เทคนิค​เค้าไพ่ เสือ-มังกร เทคนิคนี้ถือเป็นเทคนิคขั้นพื้นฐานที่ทุกคนจำเป็นจะต้องรู้ เพราะมีวิธีสังเกตที่ไม่ยาก โดยเค้าไพ่ก็คือ เมื่อฝั่งใดฝั่งหนึ่งชนะติดต่อกันหลายครั้ง ยกตัวอย่างเช่น หากฝั่งมังกรชนะติดต่อกัน 3 ครั้ง ครั้งที่ 4 มีโอกาสสูงมาก ที่ไพ่จะออกมาเป็นมังกร เป็นต้น
  2. เทคนิค เสือ-มังกร เค้าไพ่ปิงปอง เทคนิคนี้มีลักษณะการออกไพ่ที่สลับกันไปมาแต่ละฝั่ง เหมือนการเล่นปิงปอง เช่น ไพ่ออกฝั่งเสือ, มังกร, เสมอ และ เสือ แบบนี้เป็นต้น ซึ่งเมื่อเกิดเค้าไพ่ปิงปองขึ้นมา เราก็ขอแนะนำให้ผู้เล่นลงเดิมพันสลับกันไปเรื่อยๆ จนกว่าเค้าไพ่จะออกมาเป็นแบบซ้ำๆ กัน แล้วเราก็ถึงเอาเทคนิคก่อนหน้ามาใช้ได้
  3. เทคนิค​เค้าไพ่ 2 ตัวติด เทคนิคนี้คือการที่ฝั่งนึงชนะ 2 ครั้งติดแล้วเปลี่ยนฝั่ง กลับมาชนะ 2 ครั้งติดอีกเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ฝั่งมังกรชนะ 2 ครั้งติด แล้วต่อมา ฝั่งเสือก็ชนะ 2 ครั้งติด ซึ่งถ้าเกิดไพ่สองตัวติดขึ้นมา เราก็ขอแนะนำให้ผู้เล่นแทงตามฝั่งที่มีแววว่าจะชนะครั้งที่ 2 นั่นเอง
  4. เทคนิค​ปิงปอง เทคนิค​ปิงปองจะเป็นการรอขาไพ่ ที่ออกสลับกันโดยที่ไม่ออกฝั่งใดฝั่งหนึ่งติดกัน ถึงเป็นสูตรที่ต้องรอต้องใช้เวลา แต่ถ้าเมื่อใหร่ที่มาแล้วกำไรเยอะมากทุกครั้ง
  5. เทคนิค​การวางเดิมพันทบยอด รูปแบบของเทคนิค​จะเป็นการวางเดิมพันทบ เช่น ถ้าเราวางเดิมพันรอบแรกถูก รอบต่อไปให้วางเดิมพันอีกโดยใช้ทุนบวกกำไรรอบที่แล้วลงไปเลย สูตรนี้ถ้าเป็นผู้เล่นที่มีทุนน้อย ก็สามารถเปลี่ยนเป็นเงินที่เยอะขึ้นได้แน่นอน เพียงแค่อ่านสถิติให้แม่นแล้วแทง
  6. เทคนิค​การดูสถิติ เทคนิค​นี้เราสามารถดูได้หลายแบบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการดูแบบเป็น ชุด หรือ ดูแบบตามขาไพ่ ส่วนใหญ่แล้วนิยมดูที่เป็นชุดๆ มากกว่า เพราะจะแบ่งรอบไพ่ได้แม่นยำกว่าแน่นอน เมื่อเรานับเป็นชุดได้แล้ว การดูขาไพ่หรือดูเพื่อเทคนิค​อื่นๆ ก็จะตามมาเอง
  7. เทคนิค​การแทงสวน เทคนิค​นี้จะต้องมีความเร็ว นิดนึงเพราะเราจะวางเดิมพันสวนกับคนอื่นเราจะเห็นว่าด้านบนนั้นมีสถิติให้ดูว่า รอบนี้ท่านอื่นที่วางเดิมพันโต๊ะเดียวกับเรา เขาวาง เดิมพัน ฝั่งไหนกันฝั่งไหน มากกว่าให้เราเดิมพันสวนไปเลย เหมือนกับเราเป็นเจ้ามือเองก็ว่าได้