รวมสาเหตุตอบปัญหากวนใจที่ว่าทำไมเราจึงปวดหัวไม่หยุด

หลายๆ คนโดยเฉพาะนักเรียนและกลุ่มคนวัยทำงานมักจะต้องประสบปัญหาปวดหัวจนเรามักจะพูดติดปากกันว่าไม่รู้ทำไมถึงปวดหัว นั่นก็เพราะเราไม่ได้ทราบสาเหตุที่แน่ชัดนั่นเอง อาการดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยหลายปัจจัยและหลายสาเหตุด้วยกัน

  • แบบปฐมภูมิ มักจะปวดไม่รุนแรง เป็นอาการขั้นต้น เช่น การปวดไมเกรน เครียด จ้องจอเป็นเวลานานา วิตกกังวล
  • แบบทุติยภูมิ เกิดจากโรคหรือความผิดปกติของร่างกาย เช่น ไซนัส เนื้องอก อาการเมาค้าง เส้นเลือดสมองตีบหรือแตก
  • ปัญหาจากเส้นประสาท เส้นประสาทก่อให้เกิดการ ปวดหัว ได้เช่นกัน เช่น เส้นประสาทอักเสบ เส้นประสาทกดทับ

วิธีการแก้ปัญหาเมื่อต้องปวดหัวจนแทบจะระเบิด รักษาอย่างไรจึงจะปลอดภัยที่สุด

  • รับประทานยาแก้ปวด เช่นยาพาราเซตามอน ยากลุ่มไอบรูโพรเฟน จะช่วยบรรเทาอาการปวดให้หายไปได้ แต่ระมัดระวังในการใช้ยากลุ่มแอสไพรินที่สามารถแก้ปวดได้เช่นกัน แต่มีผลข้างเคียงต่าง ๆ มากมาย เป็นยาที่ไม่ควรซื้อมารับประทานเอง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ บางทีความเหนื่อยล้าจากร่างกายและการใช้สมองติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้เรารู้สึกปวดหัว ขึ้นมาได้ ดังนั้นเราจึงควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อฟื้นฟูร่างกายที่เหนื่อยล้านั่นเอง
  • นวดกดจุด มักใช้ได้ดีกับท่านที่ปวดหัวจากความเครียดและ ไมเกรน การนวดกดจุดจะช่วยให้อาการปวดบรรเทาได้มากขึ้น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่หลายๆ คนกลับหลงลืม ร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำมากถึง 70% ดังนั้นน้ำจึงสำคัญกับชีวิตของเรามากๆ ลองสังเกตว่าวันไหนที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะมี อาการปวดหัว ได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงต้องดื่มน้ำให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ สำหรับคนที่ดื่นน้ำน้อยลงผสมน้ำผึ้งมะนาวลงไปก็ช่วยได้เช่นกัน
  • จิบชาอุ่นๆ ชาขิงหรือชาเปเปอร์มิ้นต์อุ่นๆ จะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายแถมยังลดอาการปวดหัวลงไปได้อีกด้วย

เมื่อ ปวดหัว แล้วแต่กินยาไม่หาย ต้องรีบไปพบแพทย์

รู้หรือไม่ว่าเคยมีเหตุการณ์ประหลายที่ชายหนุ่มคนหนึ่งรู้สึกปวดหัวมาหลายวัน กินยาเท่าไร่ก็ไม่หายจนต้องยอมไปโรงพยาบาลก่อนจะพบว่าเขามีกระสุนฝังอยู่ในหัวโดยที่ไม่รู้ตัว แม้โอกาสที่จะเกิดขึ้นกับเรามีน้อยมาก แต่ก็ไม่แน่ว่าสาเหตุจากการปวดหัว ของเรานั้นอาจร้ายแรงกว่าที่เราคิดก็เป็นได้ ดังนั้นหากเราทำการรักษาตัวเองข้างต้นด้วยการกินยา นอนพักผ่อนแล้วก็ยังไม่หาย จึงควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป